วันโอนที่กรมที่ดิน: เตรียมเอกสาร-ขั้นตอน ให้โอนผ่านฉลุย
วันโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินคือฉากจบของดีลอสังหาฯ ที่นายหน้าทำงานมาทั้งกระบวนการ แต่กลับเป็นวันที่พลาดง่ายที่สุด เพราะเอกสารหายแค่ใบเดียว หรือลืมเตรียมแคชเชียร์เช็คให้ตรงยอด ก็ทำให้ทั้งวันที่นัดผู้ซื้อ-ผู้ขายและเจ้าหน้าที่มารวมตัวกันต้องล่มไปเฉย ๆ บทความนี้สรุปเอกสารที่ต้องเตรียม ขั้นตอนในวันโอน และสิ่งที่นายหน้าควรเช็คล่วงหน้า เพื่อให้การโอนกรรมสิทธิ์ผ่านฉลุยในรอบเดียว
ทำไมการเตรียมตัวก่อนวันโอนถึงสำคัญมาก
การโอนที่ดินหรือบ้านทำกันที่ สำนักงานที่ดิน ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ ใช้เวลาดำเนินการราว 1-2 ชั่วโมง และในวันนั้นต้องมีทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย เงินก้อนใหญ่ และเอกสารตัวจริงครบทุกใบมาเจอกันพร้อมกัน หากขาดอะไรไปเพียงชิ้นเดียว เช่น ลืมทะเบียนบ้านตัวจริง หรือคอนโดยังไม่มีใบปลอดหนี้ เจ้าหน้าที่ก็จะโอนให้ไม่ได้ ต้องเลื่อนนัดใหม่ ซึ่งหมายถึงการนัดคนกลุ่มเดิมให้ว่างตรงกันอีกครั้ง เสียทั้งเวลาและความน่าเชื่อถือ
สำหรับนายหน้า วันโอนคือช่วงที่ลูกค้าจับตามองมากที่สุดว่าเราดูแลดีลได้จบจริงหรือไม่ ความเป็นมืออาชีพในวันนี้คือการเตรียมทุกอย่างให้พร้อมล่วงหน้า ไม่ใช่ไปลุ้นหน้าเคาน์เตอร์ และทิปง่าย ๆ ที่ช่วยประหยัดเวลาได้มากคือการจองคิวล่วงหน้ากับสำนักงานที่ดิน เพื่อลดเวลารอคิว
เอกสารที่ต้องเตรียมในวันโอน
เอกสารแบ่งตามประเภทของคู่สัญญา ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายต่างต้องเตรียมเอกสารแสดงตัวตนของตนเอง ส่วนเอกสารของทรัพย์ (โฉนด/ใบปลอดหนี้) เป็นหน้าที่ของฝั่งผู้ขายเป็นหลัก
กรณีบุคคลธรรมดา (ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย)
- บัตรประชาชนตัวจริง ของผู้ที่จะมาทำธุรกรรม
- ทะเบียนบ้านตัวจริง
- ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้าชื่อปัจจุบันไม่ตรงกับในโฉนดหรือเอกสารอื่น)
- กรณีสมรส: ทะเบียนสมรส หรือ หนังสือยินยอมของคู่สมรส
- โฉนดตัวจริง (ฝั่งผู้ขายเป็นผู้นำมา)
กรณีมอบอำนาจให้คนอื่นไปแทน
หากเจ้าตัวไปเองไม่ได้ ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม
- หนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) กรอกและลงนามให้เรียบร้อย
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ
กรณีนิติบุคคล (บริษัท)
- หนังสือรับรองบริษัท (ฉบับล่าสุด)
- เอกสารแสดงตัวตนของผู้มีอำนาจลงนามตามที่ระบุในหนังสือรับรอง
กรณีทรัพย์เป็นคอนโด (ห้องชุด)
คอนโดมีเอกสารพิเศษที่สำคัญมากและมักเป็นจุดที่ดีลสะดุด นั่นคือ ใบปลอดหนี้ (หนังสือรับรองการปลอดภาระหนี้ค่าส่วนกลาง) ที่ออกโดยนิติบุคคลอาคารชุด เอกสารใบนี้ยืนยันว่าเจ้าของห้องไม่ค้างค่าส่วนกลาง หากไม่มีใบนี้ เจ้าหน้าที่จะโอนกรรมสิทธิ์ให้ไม่ได้ นายหน้าควรเตือนผู้ขายให้ไปขอจากนิติฯ ล่วงหน้าหลายวัน เพราะบางที่ใช้เวลาออกเอกสาร
เอกสารที่ต้องใช้จริงในแต่ละเคสมีรายละเอียดต่างกัน ขึ้นอยู่กับสถานะของคู่สัญญาและประเภทของทรัพย์ ก่อนถึงวันโอนควรโทรสอบถามหรือเช็ครายการเอกสารกับสำนักงานที่ดินที่จะไปโอนโดยตรงอีกครั้งเสมอ เพื่อความชัวร์ว่าเตรียมครบ
ขั้นตอนในวันโอนที่กรมที่ดิน
เมื่อทุกฝ่ายและเอกสารพร้อม ขั้นตอนในวันโอนจะเป็นไปตามลำดับนี้
- นัดหมายผู้ซื้อ-ผู้ขาย ให้มาพร้อมกันที่สำนักงานที่ดินตามเวลา (แนะนำให้จองคิวล่วงหน้า)
- ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้อง
- เจ้าหน้าที่ประเมินราคาและคำนวณค่าธรรมเนียม-ภาษี ตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดิน
- ชำระเงิน ทั้งฝั่งค่าธรรมเนียม-ภาษีให้กรมที่ดิน และผู้ซื้อชำระเงินค่าทรัพย์ให้ผู้ขายตามที่ตกลงกัน (ส่วนนี้มักใช้แคชเชียร์เช็ค)
- จดทะเบียนโอนและรับโฉนด ที่เปลี่ยนชื่อเป็นผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของค่าธรรมเนียมและภาษีที่ต้องจ่ายในวันนี้ มีรายละเอียดและการแบ่งกันจ่ายระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขายที่ต้องเข้าใจแยกต่างหาก ซึ่งเราได้สรุปไว้ในบทความเรื่องค่าโอนและภาษีโดยเฉพาะ
สิ่งที่นายหน้าควรเช็คและเตรียมล่วงหน้า
หน้าที่ของนายหน้าในวันโอนไม่ใช่แค่ไปนั่งเป็นเพื่อน แต่คือการเป็นคนที่ทำให้ทุกอย่างไม่มีสะดุด สิ่งที่ควรจัดการก่อนถึงวัน ได้แก่
- เตรียมแคชเชียร์เช็คตามยอดที่ตกลง ให้ผู้ซื้อจัดเตรียมล่วงหน้า แยกเช็คให้ตรงกับผู้รับเงินแต่ละฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องเงินหน้าเคาน์เตอร์
- ยืนยันว่าเอกสารทุกฝ่ายครบ โดยเฉพาะตัวจริงของบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนด และใบปลอดหนี้ (กรณีคอนโด)
- เช็คว่าชื่อในเอกสารตรงกันทุกใบ หากมีการเปลี่ยนชื่อ-สกุล ต้องมีใบเปลี่ยนชื่อมาด้วย
- จองคิวสำนักงานที่ดิน ล่วงหน้าเพื่อลดเวลารอ และยืนยันเวลานัดกับทุกฝ่าย
- ตรวจชื่อในโฉนดหลังโอน ให้ถูกต้องก่อนออกจากสำนักงานที่ดินทุกครั้ง อย่ารีบกลับ
เช็คลิสต์ก่อนวันโอน
ก่อนถึงวันจริง ลองไล่เช็คลิสต์นี้ให้ครบทุกข้อ
- นัดวันและเวลากับผู้ซื้อ-ผู้ขายตรงกันแล้ว และจองคิวสำนักงานที่ดินแล้ว
- โทรเช็ครายการเอกสารกับสำนักงานที่ดินที่จะไปโอนแล้ว
- เอกสารฝั่งผู้ขายครบ: บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านตัวจริง + โฉนดตัวจริง (+ ใบปลอดหนี้ ถ้าเป็นคอนโด)
- เอกสารฝั่งผู้ซื้อครบ: บัตรประชาชน + ทะเบียนบ้านตัวจริง
- กรณีสมรส: เตรียมทะเบียนสมรส/หนังสือยินยอมคู่สมรสแล้ว
- กรณีมอบอำนาจ: มีหนังสือมอบอำนาจ (ทด.21) + สำเนาบัตร/ทะเบียนบ้านผู้รับมอบอำนาจ
- กรณีนิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท + เอกสารผู้มีอำนาจครบ
- แคชเชียร์เช็คเตรียมตามยอดและแยกผู้รับเงินถูกต้องแล้ว
- เตรียมเงินสำรองสำหรับค่าธรรมเนียม-ภาษีที่ต้องจ่ายในวันนั้น
ติดตามดีลให้ถึงวันโอนอย่างเป็นระบบ
ระหว่างทางจากปิดดีลถึงวันโอน มีรายละเอียดยิบย่อยที่ต้องตามหลายอย่าง ทั้งการขอใบปลอดหนี้ การเตรียมเอกสารแต่ละฝ่าย และการนัดหมาย หากนายหน้าทำหลายดีลพร้อมกันแล้วจดจำในหัวหรือกระจายอยู่ในแชต ก็มีโอกาสตกหล่นได้ง่าย การมีเช็คลิสต์และระบบติดตามสถานะของแต่ละดีลจึงช่วยให้ไม่มีอะไรหลุดมือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Portsup ออกแบบมาช่วยนายหน้าไทยติดตามดีลตั้งแต่ต้นจนถึงวันโอนได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงที่ดีลใกล้ปิดจะสะดุดเพราะลืมรายละเอียดเล็ก ๆ
สรุปคือ การโอนกรรมสิทธิ์จะผ่านฉลุยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวก่อนวันโอนเป็นหลัก เตรียมเอกสารตัวจริงให้ครบทุกฝ่าย เคลียร์ใบปลอดหนี้สำหรับคอนโด เตรียมแคชเชียร์เช็คให้ตรงยอด และอย่าลืมตรวจชื่อในโฉนดให้ถูกต้องก่อนกลับบ้าน เท่านี้วันโอนของลูกค้าก็จะราบรื่น และตอกย้ำว่าเราเป็นนายหน้ามืออาชีพที่ดูแลดีลได้จบจริง
อยากให้ระบบช่วยเก็บหลักฐานให้อัตโนมัติ?
Portsup ช่วยลงทะเบียนลูกค้าพร้อม timestamp ร่วมขายกับนายหน้าอื่นอย่างมีหลักฐาน และสร้างเอกสารกรอกอัตโนมัติ
เริ่มใช้ฟรี ดูแพ็กเกจ